ประตูชัยนโปเลียน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของฝรั่งเศส

หากหอไอเฟลเป็นแลนด์มาร์คอันดับที่ 1 ของประเทศฝรั่งเศสแล้ว ประตูชัยนโปเลียน ก็เป็นแลนด์มาร์คอันดับที่ 2 ที่หากเราไปเยือนฝรั่งเศสแล้วคงต้องไปเยี่ยมชมประตูชัยแห่งนี้บ้าง หลายคนอาจจะรู้จักประตูชัยแห่งนี้กันเป็นอย่างดีแล้ว แต่บางคนกลับไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่าประตูชัยแห่งนี้อยู่ที่ไหน

ประตูชัยนโปเลียน คืออะไร อยู่ที่ไหน

ประตูชัยนโปเลียนแห่งนี้ มีขนาดสูง 50 เมตร กว้าง 45 เมตร ลึก 22 เมตร เป็นสถาปัตยกรรมในยุคนีโอคลาสสิค สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2379 ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส บริเวณกลางจัตุรัส ชาร์ล เดอ โกล ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของช็องเซลีเซ เกือบลืมไป ประตูชัยนโปเลียนแห่งนี้เค้ามีชื่อแบบทางฝรั่งเศสด้วย นั่นคือ Arc de triomphe de I’Etoile อ่านว่า อาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล การไปเข้าชมสถานที่แห่งนี้มีค่าบริการด้วย ผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 8 ยูโร นักเรียนอายุ 18-25 ปี อยู่ที่ 5 ยูโร แต่ถ้าใครมีอายุน้อยกว่า 17 ปี เข้าชมฟรี แต่หากไปเป็นกลุ่มก็จะลดลง ซึ่งจะอยู่ที่ 6-20 ยูโร ส่วนเวลาการเข้าไปชมนั้นหากเป็นเดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายนจะเปิดเวลา 10.00-23.00 น. แต่หากเป็นเดือนตุลาคม ถึงเดือนมีนาคม 10.00-22.00 น. (แตกต่างกันในเรื่องของสภาพอากาศ) นอกจากนั้นยังมีวันหยุดตามเทศกาลอีกด้วยก่อนจะไปควรเช็ควันหยุดให้ดีจะได้ไม่เสียเที่ยว

ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นทำไม

สำหรับประตูชัยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดดีทหารกล้าที่เข้าร่วมรบในสงครามต่าง หรือ พูดง่ายๆว่านี่คือสุสานของเหล่าวีรชนทหารกล้านั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามนโปเลียนที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีสงครามครั้งนั้นเลย หลังจากท่านจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ได้รับชัยชนะที่ยุทธการเอาสเตอร์ลิทซ์ จึงได้มีการสร้างประตูชัยแห่งนี้ขึ้นมา แม้ว่าประตูชัยแห่งนี้จะหยุดชะงักไปบ้างระหว่างการก่อสร้าง แต่สุดท้ายก็เสร็จสมบูรณ์จนได้

ไม่เพียงแค่นั้น ประตูชัยแห่งนี้ในปัจจุบันยังถูกจัดให้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองแห่งสันติจากสงครามอีกด้วย นับว่าเป็นอนุสรณ์สถานที่น่าได้ไปเยือนสักครั้งจริงๆ

การเดินทางไปท่องเที่ยวประตูชัย

ประตูชัยนโปเลียนแห่งนี้ หากจะไปเที่ยวก็ไม่อยากเลย นอกจากจะเที่ยวถ่ายรูปอยู่ด้านล่างแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่อยากให้พลาดเลย เป็นการเดินขึ้นบันไดไปชมความงามของประตูชัยแบบใกล้ๆ เดินไม่มากเท่าไร ประมาณเกือบ 300 ขั้นเท่านั้นเอง หรือหากเดินไม่ไหว ใช้บริการลิฟต์ก็ดีเหมือนกัน ระหว่างทางเราจะได้เห็นศิลปวัฒนธรรมอันขึ้นชื่อของประเทศฝรั่งเศสอย่างเต็มที่จนเราเข้าใจว่าทำไมเมืองแห่งนี้ถือว่าเป็นเมืองแห่งแฟชั่น และศิลปะ